เพื่อสังคมของคนรักษ์ต่อมลูกหมาก และการกระชับมดลูก

6.2.2007 - ในนามของผู้ถูกเรียก

วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่อง "ชื่อ"
 
ถือเป็นสิ่งสำคัญ เรียกได้ว่าไม่มีไม่ได้เลย
 
ไม่ว่าคน สัตว์ สิ่งของ อะไรก็มีชื่อทั้งนั้น
 
แต่เราไม่สนใจเรื่องการมี เราจะมาเล่าเรื่องการเปลี่ยน
 
หลายปีที่แล้ว หลังจากนโยบายการฆ่าตัดตอนไม่ได้ทำให้ยอดการเสพและจำหน่ายยาเสพติดลดลงตามเป้าที่วางไว้
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ใน ครม.ชุดนั้น ออกนโยบายเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาด้วยความเด็ดขาดยิ่งขึ้น
 
นโยบายดังกล่าว คือเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการของยาที่มีสารแอมเฟตามีนจาก "ยาม้า" เป็น "ยาบ้า"
 
แน่นอนว่าฮือฮากันทั้งประเทศ
 
อนิจจา จากผลสำรวจของสวนสัตว์ดุสิตโพล อัตราการเสพสารแอมเฟตามีนของสตรีวัยคะนองเพิ่มขึ้น หนึ่งในสามหลังการประกาศใช้นโยบายดังกล่าว โดยกลุ่มตัวอย่างอ้างว่าก่อนหน้านี้ไม่กล้าเสพเพราะกลัวว่าตัวยาจะมีผลทำให้ฟันหน้ายื่นเหมือนม้า แต่เมื่อได้ยินชื่อทางการอันใหม่ ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น แถมแฟนหนุ่มของพวกเธอก็ชอบที่จะให้พวกเธอบ้าเวลาทำกิจกรรมในร่มผ้า
 
ข้ามมาที่อีกหน่วยงาน กรมประชาสัมพันธ์
 
กำลังเป็นประเด็นทีเดียวสำหรับเรื่องสัมปทานไอทีวี
 
เราไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ก็รู้มาประเด็นนึงที่เกิดปัญหา เพราะผู้ได้รับสัมปทานผิดสัญญากรณีมีสัดส่วนของรายการบันเทิงกับรายการที่เน้นสาระข่าวสารไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้
 
ทางผู้บริหารไอทีวีออกมาชี้แจงว่า เรื่องการผิดสัญญาสัมปทานดังกล่าว ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทบโครงสร้างขององกรณ์แม้แต่น้อย ทางช่องได้ทำการปรับปรุงรายการที่ออกอากาศเพื่อให้สัดส่วนเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเลย เพียงแค่เปลี่ยนชื่อรายการบันเทิง ให้ดูเป็นรายการมีสาระ
 
ฉลาดจนน่าเตะ
 
เริ่มที่รายการของผู้บริหารคนดังกล่าว จาก "เกมเศรษฐี" เป็น "เศรษฐีความรู้"
 
วงการสื่อโทรทัศน์สั่นสะเทือนทันที
 
สำหรับเรา แรงกว่ากรณีตั๊ก บงกชโชว์นมในไอ้ฟัก
 
"ก็หนูเล่นเป็นคนบ้า คนบ้าจะไปสนใจอะไร"
 
เราอยากจะไปบอกน้องตั๊กว่า ที่จริงน้องตั๊กเป็นลูกของเมียเก็บเสี่ยเจียง ที่เป็นช่างแต่งหน้าในกองถ่าย
 
เผื่อว่าน้องแกจะช๊อกจนเสียสติ แล้วเป็นบ้าเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าว
 
ไม่ต้องรอไอ้ฟัก เราก็มีย้วยยูเทิร์นให้ดูกันตามสถานบำบัดผู้ป่วยโรคจิตใกล้บ้านท่าน
 
สำหรับช่องอื่นหากเกิดปัญหาในเรื่องสัมปทานอีก เรามีทางออก
 
จาก รายการ "ขำกลิ้ง ลิงกับหมา" เป็น "ลิงกับหมา ปริญญาโท"
 
รายการ "ปลดหนี้" เป็น "ปลดหนี้นักเรียนทุน กพ."
 
รายการ "มหานคร" เป็น "มหานครนายก"
 
รายการ "หม่ำโชว์" เป็น "หม่ำโชว์โก้จริงๆ"
 
แค่นี้ทีวีบ้านเราก็มีแต่สาระข่าวสาร
 
ปิดท้ายด้วยนโยบายล่าสุด จากกระทรวงผู้รับผิดชอบอนาคตของชาติโดยตรง กระทรวงศึกษาธิการ
 
สดๆร้อนๆเราอ่านจากข่าวเมื่อเช้านี้เอง
 
ทางกระทรวงได้ขอความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ออกแนวดำเนินการร่วมเพื่อการป้องกันปัญหานักเรียนล้น ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
 
ในปีการศึกษาที่กำลังจะมาถึงนี้ ทางกระทรวงตระหนักว่า ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานกำลังจะจบชั้น ป.๖ ส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่เลือกที่จะส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง จึงขอความร่วมมือให้ทุกโรงเรียน เปลี่ยนมาใช้ชื่อของโรงเรียนที่เป็นที่นิยม
 
เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีชื่อเสียงเท่าเทียมกัน
 
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา วัดใหม่ยายเมี้ยน
 
โรงเรียนช่างกล ศึกษานารี
 
เพียงเท่านี้ มาตรฐานการเรียนการสอนของทุกโรงเรียนก็จะเท่าเทียมกัน
 
ได้เห็นแนวนโยบายของแต่ละกระทรวง ทบวง กรมแล้ว เราอดใจรอเห็นประเทศเจริญไม่ไหวจริงๆ
 
 
 
 
 
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

22.1.2007 - หยุดกันยาวๆ เอากันยืนๆ

ตอนที่แล้วได้กระแสตอบรับมาเป็นการบ่นอุบว่ามัวแต่ต่อความยาว สาวความยืด เล่าก็อืด วนไปวนมา
 
ถือซะว่าเป็นตอนพิเศษ เนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์ อารมณ์ประมาณรายการฮัลโหลวันหยุด
 
ใกล้ปีใหม่ เรื่องที่เราถูกยัดเยียดให้สนใจเป็นประจำทุกปี หนีไม่พ้นการนำเสนอประมวลสิบเรื่องเด็ดประจำปี
 
สิบข่าวร้อนในวงการพระเครื่อง
 
สิบดาราหน้าใหม่ที่ไม่โกนขนรักแร้
 
สิบนักการเมืองหญิงที่เก่งเรื่องบนเตียง
 
สิบมัสยิดที่เป็นเป้าหมายของโจรมุมตึก
 
อีกเรื่องก็คือการหยุดยาว
 
อันตัวเราก็ตามกระแส เห็นเค้าไปกันเยอะก็เลยตามๆเค้าไป
 
ร่วมคณะทัวร์ลืมแผ่นดิน สร้างตำนานล่าอาณานิคม ถึงดินแดนขั้วโลก
 
ยกกันไปทั้ง อบต. เกือบสามสิบชีวิต มองไกลๆดูคล้ายชุมชนโคเหรี่ยง(ชาวพื้นเมืองในประเทศโคเรีย)อพยพหนีโรคไข่ดันระบาด
 
เรื่องของบรรยากาศโดยรวมของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการชมธรรมชาติหรือ ศึกษาวัฒนธรรม เราคงขอข้ามไป อยากรู้ไปดูเวปท่องเที่ยว เปิดเลนส์ส่องโลก เปิดไฟส่องกบ เปิดศพส่องลำไส้ใหญ่ อะไรก็ว่าไป 
 
ไปเที่ยวเสียไกลสุดขั้วโลก เราขอนำเสนอ มุกตลกขำพอประมาณ จนต้องอุทาน "ตึ่งโป๊ะ"
 
 
"อะไรวะ มาตั้งไกล เห็นแสงเหนือแค่สองริ้ว กูดูอยู่บ้านมีเยอะกว่าอีก"
 
"บ้านที่เมืองไทยอ่ะนะ"
 
"เออดิ บ้านกูที่ฉะเชิงเทรามีตั้งแปดริ้ว"
 
"ตึ่งโป๊ะ"
 
 
"ไอ่นี่ พกกล้องตลอด ท้องเสียรึไงมึง"
 
"อะไรของพี่"
 
"ไปไหนมาไหน ถ่ายตลอด"
 
"ตึ่งโป๊ะ"
 
 
"อย่าเอามือมาโดน มันจี๋"
 
"จั๊กจี๋เหรอ"
 
"จี๋เห็บ"
 
"ตึ่งโป๊ะ"
 
 
กลับมาจากเที่ยวก็ยังมีวันพักอีกพอสมควร ก่อนที่จะกลับไปทำงานต่อ
 
ช่วงว่างเราหาวิธีใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และชาติบ้านเมือง โดยการเฝ้าศึกษาความเป็นไปของสังคม ทั้งด้านศิลปะ และวัฒนธรรม
 
หลักๆก็คือหามิวสิควีดีโอดูตามเวป 
 
กว่าจะได้ดูน้องๆเกิร์ลี่ เบอร์ลี่ ไปเต้นเป็นชะนีใส่กล่อง รอคนมาหิ้วกลับบ้าน ที่โดนแบนทางโทรทัศน์ ก็ต้องสมัครสมาชิกเวปกันเป็นการเป็นงาน
 
แอบผิดหวังนิดนึง ของอย่างงี้ไปดูแถวสยามก็ได้ ไม่ต้องเป็นสมาชิกอะไรด้วย
 
สาสมแก่ใจ แล้วก็วนมาทางแกรมมี่บ้าง เริ่มที่น้องบี้ เดอะสตาร์ รุ่นน้องคุณสน เดอะสะตอ
 
ท่าเต้นน่ารักได้ใจเกย์หนุ่มแน่นอน เจ๊รับรองเลยทีเดียว
 
คนที่มาติดพันเมื่อวานตอนเช้า
 
คนที่กูเผลอเอา ตอนเมาเมื่อคืน
 
คนที่ส่งนั่งวินที่หน้าปากซอย
 
ใช่หรือเปล่า ใช่หรือเปล่า
 
เรารู้สึกว่าเพลงนี้แต่งมาเพื่อถูกแปลงเป็นเพลงตลกโดยเฉพาะ โดนใจเราอย่างแรง ฟังแล้วรีบคิด รีบแต่ง แปลงคำร้องตลอดเพลง
 
ฟังด้วยจิตอกุศลแท้ๆ
 
ขอโทษคุณบี้มาในการนี้ อดใจไม่ไหวจริงๆ
 
จุใจแล้วก็มาที่ขวัญใจ พี่บุรินทร์ แห่งกรู๊ฟ ไรเดอร์
 
นอกจากเสียงร้องแล้ว หน้าตาก็เป็นหนึ่งในเหตุจูงใจ
 
มีรุ่นน้องคนนึงเคยชมว่าเรามีส่วนละม้ายคล้ายพี่เค้า
 
คนส่วนมากจะแย้ง และบอกว่าเราซื้อกาวให้รุ่นน้องคนนั้นดมจนเมา หรือไม่ก็ให้ความช่วยเหลือครอบครัวน้องเค้ายามเดือดร้อน ให้บัตรเคดริตไปรูดเล่น พาไปเที่ยวฮ่องกงดิสนี่ย์แลนด์ และซื้อรถมินิให้
 
เราก็ไม่เถียง เพราะมาดูกันจริงๆ ข้อแตกต่างก็เห็นกันชัดๆ
 
พี่บุรินทร์ไว้ผมแสกขวา เราแสกซ้าย
 
นอกนั้นดูยังไง ก็ดูไม่ออก
 
"พูดจาไม่ดูหนังหน้าตัวเอง อย่างงี้มันน่าจับไปนั่งรถร่วม"
 
"ใจร้าย อยากให้เราโดนประตูรถเมล์หนีบตาปลาเหรอ"
 
"กูหมายถึงรถร่วมกตัญญู"
 
"ตึ่งโป๊ะ"
 
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

19.1.2007 - ก็เรานี่แหละ Man of the year

รับตำแหน่งอย่างสมเกียรติจากนิตยสารไทม์ส เฉือนคู่แข่งอย่าง ประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีน ประธานธิบดีมาห์มูด อาหมัดดิเนจัดแห่งอิหร่าน และประธานาธิบดีคิมจองอิลแห่งเกาหลีเหนือ
 
มีแต่ตี๋ กะแขก จะเอาอะไรมาสู้กู
 
คุณผู้อ่านก็เป็นส่วนหนึ่งได้
 
เพียงคุณส่งฝาจีบซอสปรุงรสตราง่วนเงี่ยน ขนาดพอดีมือ หรือฉลากภาษาอาหรับของมาม่ารสหมูสับ(เฉพาะซองที่มีตราของจุฬาราชมนตรีรับรองว่าเป็นอาหารสำหรับพี่น้องชาวมุสลิม ผู้อยากลิ้มรสสุกร) มาที่ตู้ปณ.กลางลำตัว อบต.ดอนหอยหลอด ปอยเปต ๑๙๐๐ ๑๙๐๐ ๖๙
 
หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการทิ้งข้อความ รูปภาพ เสียง หรือ วีดีทัศน์ ไว้ในเครือข่ายอินเตอร์เนท
 
สิ่งนี้เองที่ทำให้ไทม์ส เลือกเราๆ ท่านๆ เป็น Man of the year ในฐานะผู้กุมอำนาจสื่อไว้ในมือ
 
ไม่ติดว่ามีแฟนแล้ว และรักกันมาก เป้าหมายต่อไปของเราคงเป็นห้าสิบหนุ่มโสดของคลีโอ
 
ใครอย่าเสือกมาแนะให้ไปประกวดหนุ่มโฉดแทน 
 
เราไม่ใช่ ฉายันต์ พูด ฉอเฉือ ได้ชัดเจน
 
สมัยเด็กๆ มีเพื่อนแถวบ้านวิ่งมาตะโกนถึงหน้าปากประตู
 
"พี่โก้ๆ วันนี้คนน้อย เล่นโปลิสจับขมวยไม่ได้ เค้าเลยจะเล่นต่อยโมยกันแทน"
 
"ไอ่หัวโคย พูดก็ไม่ถอก" ดูซิว่าท่อนนี้อาจารย์แม่จะกล้าแก้ให้มั้ย
 
วกมาเรื่องพูดไม่ชัดกันแบบหน้าด้านๆ
 
คนมีรางวัลเป็นประกัน ทำอะไรก็ว่าไม่ได้
 
เปลี่ยนเรื่องอีกทีแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว
 
สุดสัปดาห์ที่แล้ว ตุ้มจ๋าไปปีนภูกระดึงกับเพื่อนๆมา
 
ว่ากันว่าขึ้นภูแห่งนี้เป็นการพิสูจน์รักแท้ดูแลไม่ได้
 
ลงมาจากภู เค้าต่อสายตรง โทรมาบอกทันที
 
"ถ้าตัวเองอยากมาอีก เค้าไม่มาแล้วนะ"
 
เราอนุมานเอาเองว่าเค้าต้องการสื่อว่า รักเราไม่ต้องการการพิสูจน์
 
อาการเส้นเลือดขอดที่น่องซ้ายเป็นพยานหลักฐานที่ชัดเจนพอ
 
รอให้เค้าทำกระเช้าละกัน
 
วันก่อนก็ได้รับชมภาพถ่ายของคณะทัวร์ฉิ่งฉับดังกล่าว
 
ผู้คนหนาตาทีเดียว อารมณ์ประมาณจะขึ้นต้องรอรับบัตรคิว
 
อุณหภูมิบนยอด ต่ำสุดอยู่ที่ ๑๕ องศาเซลเซียส
 
ในรูปแต่งตัวกันเหมือนติดลบยี่สิบ
 
วรวรรณรายงาน สมคิดถ่ายภาพ
 
ดูไปเพลินๆ เห็นรูปตุ้มกินหมูกะทะ
 
นึกว่ากินกันปากซอยบ้าน
 
อกอีแป้นจะแตก มีบริการกันถึงที่
 
เห็นเช่นนี้เลยเกิดวุฒิปัญญา คนขี้เกียจ รอนั่งกระเช้าอย่างเราคงไม่ต้องรอนาน
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

14.12.2006 - ดินแดนที่รัก เหนือช่องแคบมะละกา

ช่วงนี้ติดตามเอเชี่ยนเกมส์อยู่เนืองๆ
 
ส่วนมากจะดูแค่ผล วันก่อนเพื่อนแก๊ปบอกให้ไปเชียร์ตะกร้อหญิง รอบชิง ไทยแลนด์ ปะทะเวียดนาม
 
รีบเปิดดูถ่ายสดทันที
 
เวียดนามแย่งทองทีมชุดไปแล้ว วันนี้มาวัดกันที่ทีมเดี่ยว
 
ลุ้นกันแต้มต่อแต้ม
 
เหตุผลนึงที่ส่งให้ตะกร้ออยู่ในความสนใจของเรา เพราะเป็นกีฬากำลังพัฒนา
 
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับประชากรจากประเทศโลกที่สาม
 
ได้แต่ละแต้ม เสียแต่ละเกม มีการดูถูก เย้ยหยัน ถากถาง ทุกวิธีทาง แทบจะกระโดดข้ามเน็ตไปตบกันด้วยท่าซันแบ๊ก ฟาดปากกันด้วยลูกเสิร์ฟหลังเท้า
 
ดูแล้วมันยิ่งกว่าอีตัวทะเลาะกัน
 
และแน่นอน เข้าทางประเทศบ้านเกิดเราๆเป็นอย่างยิ่ง กวาดมาทั้งประเภทชายและหญิง
 
ถือเป็นความภูมืใจ เป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ฝรั่งทึ่งเกี่ยวกับเมืองไทย
 
ไม่นับ จา พนม จากต้มยำกุ้งโนสลิง และน้ำปลาตราคนแบกกุ้ง และตราปลาหมึก(ไม่ได้ทึ่งที่กลิ่น สี หรือรสชาติ แต่ทึ่งกับความล้ำหน้าทางความคิด จะขายน้ำปลา มาแบกกุ้งทำไม และส่วนไหนของปลาหมึกไม่ทราบที่เอามาทำน้ำปลา)
 
เมื่อวานก็ทีเด็ด ทีมนักวิ่งสี่คูณร้อย เฉือนญี่ปุ่นแบบตัดสินกันด้วยหัวนม
 
ดูภาพความสำเร็จแล้วน้ำตาแทบไหล
 
สี่หนุ่มจากลุ่มน้ำโขง แสดงความยินดีใต้ผืนธงสามสี เหนือความซึมเศร้า เคล้าน้ำตาของบรรดาเจป็อป
 
ตอนนี้ก็ตามลุ้นกันต่อ อีกวันสองวันก็จบแล้ว
 
มาต่อกันด้วยเรื่องแฟนๆ
 
แฟนคลับ
 
แฟนจ๋า มีคนเดียวนะจ๊ะ
 
มีเสียงตามสายมาบอกว่า บลอกเรามีคนตามอ่านแบบติดๆ แต่ไม่แสดงออก
 
ได้ข่าววมาว่ามีทั้ง สาวบางโพเค้าโก้จริงๆ สาวเทคนิคผมหยิกตากลม ผมยาว รวมถึงสาวกระโปรงเหี่ยน
 
แถมยังยุให้เอาดีทางนี้แบบจริงจัง
 
ไอ้เราก็ใช่ว่าไม่อยาก
 
เคยมีความหวังรำไรๆช่วงนึงที่ตุ้มจ๋าแนะนำให้รู้จักเพื่อนผู้มีเส้นสายในสำนักพิมพ์แห่งนึง
 
อนิจจา เค้ามีนโยบายพิมพ์แต่หนังสือดารา
 
ไอ่เราเลยเกิดวุฒิปัญญา กะว่าจะไปเล่นหนังสักเรื่องก่อน
 
"หน้าแบนๆดำๆอย่างมึง คงเล่นได้แค่พระเอกหนังตะลุง"
 
 
ช่วงคำคม 
 
"ดอกไม้ในช่อ ไม่นานมันก็เฉา ปล่อยให้มันสวยอยู่บนกิ่งก้านมันเถิด"
 
อยู่บนก้านสักวันมันก็ตาย ตัวมึงเองก็เหมือนกัน
 
ทำเป็นเท่ห์ พูดมีนัย
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

6.12.2006 - ว่าด้วยการละเมิดลิขสิทธิ์ทางตัณหา

"อยากเก่งแบบพี่ป๊อด แต่เจอปัญหาเธอก็ป๊อด......ระวังหมดอายุ"

ขวัญใจวัยทีน เทคโนมีนบุรี

"ทำกันไม่ถูกท่า พอลูกออกมา......ระวังเกิดเป็นตุ๊ด(เหมือนพี่โป๊ด)"
 
ขวัญใจวัยทอง เจ้าของร้านทำผม
 
นี่ก็ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง
 
ที่จริงเราควรจะอ้างอิงถึงท่อนบนมากกว่านั้น ใครแต่ง ใครร้อง ใครให้ทำนอง
 
ท่อนล่างก็เช่นกัน คุณโป๊ดควรได้รับการกล่าวถึงให้ละเอียดกว่าการเป็นกะเทยช่างทำผม
 
ใช้เพื่อความบันเทิงในที่พักอาศัย ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ หรือส่งตามสายเคเบิ้ล หากผู้ใดละเมิด จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายที่บัญญัติไว้สูงสุด
 
เรื่องพรรค์นี้กำลังเป็นประเด็นที่เราสนใจ 
 
เรียกว่าทำนาบนหลังคน มีความสุขบนความทุกข์คนอื่นก็ได้ แต่เราชอบอ่านคนเขียนด่ากัน
 
โดยเฉพาะพวกนักเขียน
 
อารมณ์ประมาณใบมีดโกน อาบน้ำผึ้งผสมมะนาว
 
แย่หน่อยก็พวกโซ่ แส้ กุญแจมือ เหมือนลูกกะหรี่ด่ากัน
 
จะนิ่งนอนอยู่ได้อย่างไร อยู่ๆงานของเค้าถูกเอาไปเผยแพร่ โดยไม่มีชื่อเค้ากำกับ
 
อย่ากระนั้นเลย ฟอร์เวิร์ดเมลจากคนที่คุณรัก เคยรู้รึป่าวว่าใครเป็นคนเขียน
 
เขียนยาวอย่างกับหนังท่านมุ้ย จะมาอ้างว่าเหมือนโดยบังเอิญ ฟังแล้วตลกไม่ออก
 
พิสูจน์กันยาก อาจารย์ประมาณยังส่ายหัวหมอๆควับๆ
 
จะบอกว่าใครผิดใครถูก รู้อยู่แก่ใจ 
 
แต่หน้ามันด้าน รู้อยู่มันก็ไม่เดือดร้อน
 
เจ้าทุกข์ที่โดนคงร้อนกว่าเยอะ
 
อีกเรื่องนึงที่เราเห็น แล้วรำคาญตา
 
"ตัวหนังสือมันไม่ใช่ของเรา เป็นของพ่อขุนราม เราแค่เอามาใช้ อ้างเป็นเจ้าของไม่ได้หรอก เป็นความเห็นส่วนตัวของเรานะ"
 
อ้างแบบนั้นแล้วจะพูดอะไรก็ได้เหรอ
 
"ที่เราคิดนะ พ่อมึงคงตายในเร็ววัน"
 
คิดได้ เห็นได้ อยากแสดงออกมาก็อย่าไปกลัวผิด ไม่ต้องมาอ้างว่าเป็นของส่วนตัว
 
เป็นของมึงก็เขียนไว้บนประตูส้วม เก็บไว้อ่านตอนขี้นู่น
 
นึกขึ้นได้ถึงเรื่องชาวบ้านอีกประเภทที่เราติดตาม
 
จะมีวัยรุ่นชาติไหน ฉลาดพอจะคิดได้ว่าการถ่ายภาพเคลื่อนไหวเพื่อนตบตีกันมันน่าดูน่าติดตาม
 
ไม่ได้ชอบดู แต่เราชอบแนวความคิด
 
ด้วยความสัตย์จริง มีคนมาตีกันหน้าบ้าน เราก็วิ่งออกไปดู
 
ถ้าไม่มีโทรศัพท์ติดกล้อง มันจะตบกันมั้ยนะ
 
 
 
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28.11.2006 - หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน

ดังกันระเบิดระเบ้อ ทำเอาผู้กำกับคนอื่นน้อยใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับสน.ปอยเปด ผู้กำกับลูกเสือสำรอง ไล่ไปจนถึงลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
 
ไม่ดังยังไงไหว เอาเรื่องคนธรรมดามาให้คนธรรมดาดู
 
ไอ้คนธรรมดาพวกนี้ก็เข้าออกโรงหนังกันบ่อยกว่าส้วมสาธารณะ ยิ่งได้ดูตัวเองมาเล่นบนจอ ก็ชอบใจกันใหญ่
 
"อย่างงี้เลยๆ กูเคยเล่นอย่างงี้เลย พ่อแม่ลูก เล่นกันบ่อยจนตัวคนใช้ท้อง ตัวแม่เลยเลิกกับกู"
 
"กูก็เคยชอบเพื่อนเหมือนกัน มารู้ทีหลังว่าเป็นกระเทย ตอนเบียดกันบนรถเมล์"
 
ไม่ยักกะมีใครบ่น
 
"เอาเด็กมาเล่นโดดยางกัน กูเสียเงินมาดูทำไม"
 
"มหาลัยกูเรียนมาตั้งสี่ห้าปี ให้มานั่งจุมปุ๊กดูซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้"
 
โดยส่วนตัวเราดูแล้วก็ชอบ โดยเอากระแสการประชาสัมพันธ์ และหน้าตานักแสดงฝ่ายหญิงเป็นที่ตั้ง
 
แม้ว่าช่วงชีวิตวัยเด็ก เป็นช่วงที่เราไม่ประทับใจ
 
เมื่อนึกกลับไปถึงบางพฤติกรรม มันดูโง่จนควายยิ้มเยาะ
 
ปัจจุบันก็ไม่ได้ฉลาดมาก เอามาเล่าสู่กันฟังคงไม่เสียประวัติ
 
ช่วงวัยเดียวกับไอ่เจี๊ยบ และน้องน้อยหน่า
 
เรางงกับคำอุปมา "พูดเร็วเป็นต่อยหอย" ทำไมมันช่างฟังดูอนาจารแบบนี้
 
โดนต่อยหอยแล้วควรจุกจนพูดไม่ออกไม่ใช่หรือ หรือว่าการพูดเร็วจะทำให้เกิดอารมณ์เดียวกับขณะที่หอยโดนต่อย
 
ไม่มีหอยเป็นของตัวเองให้ลองต่อยเล่น จะรบกวนไปยืมหอยเพื่อนผู้หญิง หรืออาจารย์สาวๆมาต่อยเป็นวิทยาทาน ก็เหนียมอายเกินกว่าจะเอ่ยปากขอ
 
ว่าจะลองเช่ามาต่อยเล่นดูซักที
 
วันศุกร์นึงของการเรียนชั้นประถมหก
 
"เกียรติสกุล ผมยาวแล้วนะ จะไว้แข่งกับขนหน้าแข้งครูเหรอ เสาร์อาทิตย์นี้ไปตัดซะนะ"
 
สุดสัปดาห์นั้นก็มิวาย นั่งเห่อขนรักแร้จนลืมตัดผม
 
ตกดึกวันอาทิตย์นึกขึ้นได้ ร้านตัดผมคงปิดหมดแล้ว เด็กน้อยจัดการตัดผมตัวเอง
 
แน่นอน วันรุ่งขึ้นแม่พาไปโกน
 
เป็นช่วงเดียวที่เรากับน้องชายไว้ผมคนละทรง
 
เพื่อนสองคนเกือบมีเรื่องชกต่อยกัน เพราะเถียงกันว่าบวชแล้วทำไมเราไม่โกนคิ้ว
 
คนนึงบอกบวชแบบเส้าหลิน อีกคนบอกมัคทายกขานนาคผิดคีย์
 
มาถึงวัยน้องบอล และน้องเจน
 
เรามีนิสัยเสีย เวลามีคนมาถามอะไร เรามักจะไม่รับฟังให้ดี แล้วตอบไปมั่วๆเสมอด้วยคำว่า"อือ"
 
"เฮ้ย มึงเข้าใจบทนี้รึป่าว"
 
"อือ"
 
"ตรงนี้เป็นอย่างงี้รึป่าว"
 
"อือ"
 
"แล้วถ้าทำอย่างงี้ถูกรึป่าว"
 
"อือ"
 
"แน่นะ"
 
"อือ"
 
"มึงพูดได้คำเดียวเหรอ"
 
"อือ"
 
เพื่อนหลายคนนึกว่ารู้ทุกเรื่อง บางคนจับได้ว่าเรารู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องจริง
 
นิสัยเสียนี้ติดตัวมาเมืองนอกแบบไม่ได้นัดหมาย เวลาคุยกับฝรั่งแล้วฟังไม่ทัน เราไม่นิยมขอร้องให้มันพูดซ้ำ
 
ถ้านิ่งๆแล้วคิ้วมันเริ่มขมวด ให้ตอบ"เยส"
 
ถ้ามันทำหน้างง ให้เปลี่ยนเป็น"โน"
 
ถ้ายังงงหนักกว่าเดิมให้หันข้างแล้วพูดว่า"ไอ ฟอร์กอท ทู คลีน มาย ทอยเล็ท อาฟเตอร์ ยูส แอนด์ ไอ ติ้ง ไอ แวร์ มาย อันเดอร์แวร์ อินไซด์ เอาท์. ไอ แอม นอท โฮม นาว, พลีส ลีฟ ยัวร์ เมสเซจ แอนด์ ไอ วิล รีเทิร์น ยัวร์ คอลล์ ซูน" แล้วเดินเกาก้นจากไป
 
ในกรณีสำเนียงยังไม่ชัดเจน แนะนำให้พูดเพียงประโยคหลังเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เราไม่ได้ทำความสะอาดกางเกงใน และขี้นอกส้วม
 
มาถึงวัยไอ่ไข่ย้อย กับดากานดา
 
พฤติกรรมที่เรานึกถึงด้วยความสมเพชคือการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ตามหน้าที่
 
ซึ่งส่วนใหญ่คนพวกนี้ ภายหลังจะเดินผ่านกันโดยแกล้งทำเป็นมองหาเศษตังบนฟุตบาท
 
"สวัสดี เราชื่อโก้"
 
"ดี เราชื่อบุญเผื่อน ชื่อเล่นชื่อเทเรซ่า"
 
"เธออยู่ห้องอะไรเหรอ"
 
"ห้องสี่"
 
"เราอยู่ห้องหนึ่ง แล้วจบโรงเรียนอะไรมา"
 
"โรงเรียนวัดใหม่ยายเมี้ยน"
 
......
......
 
เราลืมหน้ามันไปหลังจากคุยกับคนสามคนถัดไป
 
เพื่อนสนิทเราหลายคน เราไม่เคยเอ่ยปากถามชื่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเรียนโรงเรียนอะไร
 
รู้แต่ชื่อพ่อ และจำนวนเพื่อนหญิงหน้าตาดีของมันก็พอ
 
นึกแล้วก็อยากกลับไปโง่เพลินๆอีกสักสิบยี่สิบปี
 
แต่แม่คงไม่ปลื้ม
 
  
 
Comments (1) :: Post A Comment! :: Permanent Link

27.11.2006 - โลกวัยทอง

จันทร์เอ๋ย จันทร์จ้าว ขอข้าวขอแกง ซื้อกินมันแพง ไม่อยากแย่งใครกิน
 
นั่งมองพระจันทร์จากบนโลก
 
An Incovenient Truth เดี่ยวไมโครโฟนโดยมิสเตอร์ อัล กอร์
 
นั่งมองโลกจากบนพระจันทร์
 
แกเดินสายบรรยายเรื่องโลกร้อนมานับสิบนับร้อยครั้งตามเมืองต่างๆทั่วโลก
 
นำเสนอทีนึงแสงสีเสียงน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องมีพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยมาตะโกนเชียร์ หรืออะไรทั้งนั้น
 
ทำเอาเรานึกหาหนทางแก้ปัญหาโลกร้อน
 
หลังจากก่อนหน้านี้คิดได้แค่ยิงตัวตาย หยุดหายใจเพื่อลดการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
 
มีหลายหนทาง ทุกคนเริ่มทำได้ ไม่ต้องรอให้ แบทแมน บีกิน หรือ ซุปเปอร์แมน รีเทิร์น
 
"จะสนทำไม กว่าน้ำมันจะท่วม โลกมันจะแตก กูคงน้ำแตกได้หลายหนจนเจี๊ยวเปื่อย ตายตาหลับไปแล้ว"
 
คิดอย่างงี้ มีลูกออกมาก็เอาขี้เถ้ายัดปากให้หมด
 
ถึงเราจะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ทิ้งๆขว้างๆแบบไม่ใยดีเป็นประจำ แต่ถ้ามันได้รับการผสมจนเป็นตัวเป็นตน เราคงไม่เขี่ยมันลงท่อน้ำทิ้งไปเฉยๆ
 
ไม่ทำเพื่อเราเอง ก็ทำเพื่อลูกเพื่อหลาน ที่มีเรานี่เองเป็นส่วนประกอบ
 
พวกมันนั่นแหละชาติหน้าของเรา ทำบุญ ทำดีไว้ ไม่ได้ที่เราก็ได้ที่มัน
 
"พ่อจ๋า ปู่จ๋า รู้ว่าทำเหี้ยอะไรอยู่ มันไม่ดี แล้วทำไมไม่หยุด หนูลำบากนะ แม่ไม่ปลื้มด้วย"
 
อยากให้ก้องในหูทุกครั้ง เวลาไม่แยกขยะรีไซเคิ้ล ขับรถไปเซเว่นหน้าปากซอยบ้าน เร่งแอร์แล้วนั่งหนาวในออฟฟิศ และอีกหลากพฤติกรรมมักง่าย ไร้สติ
 
ก่อนโลกจะอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เพราะนั่งปลงเรื่องหมดประจำเดือน
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

21.11.2006 - สุดยอดเวปบอร์ดไทย เพื่อบอลไทยเป็นมรดกโลก

ระยะหลังเราใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตด้วยการป่วนกระทู้ของเวปดังอันนึง
 
ป่วนในการนี้ไม่ได้ไปวางระเบิดมือถือหรือเอารถถังมาตั้งให้ถ่ายรูปแต่อย่างใด
 
แค่ไปตอบแบบตลกๆ อารมณ์ประมาณเอาป๋าเปรมมานั่งคุยกับป๋าเทพ
 
แน่นอนว่าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ก็นึกอยู่แล้วว่าต้องโดนด่าเข้าสักวัน
 
แต่นึกไม่ถึงจะโดนด่าเป็นภาษานอร์เวย์
 
ลำพังภาษาไทยยังต้องพึ่งอาจารย์แม่ เจอแบบนี้เข้า เล่นเอาแม่ไม่ปลื้ม
 
เมื่ออ่านไม่ออก ก็นึกไปเองต่างๆนานา
 
"มาตลกทำหอกอะไร พี่เขยมึงเป็นเกย์เหรอ"
 
"กลับไปตลกให้ป้ามึงที่เป็นโปลิโอฟังที่บ้านไป๊"
 
"ว่างนักก็ไปเป็นบอร์ด อสมท ไป๊"
 
อยากจะตอบกลับด้วยการสาปแช่งแบบตาลีบัน
 
เข้าใจอารมณ์พวกที่นั่งเฝ้าเวปบอร์ดได้ทั้งวันทั้งคืน คุยกันไวยิ่งกว่าโทรจิต
 
เอาตัวหนังสือมาสาดกัน มันแสบๆคันๆ แต่ดันไม่เปียก
 
ทั้งที่มันด่ามาเราก็ไม่ได้เดือดร้อน หรือแม่เราจะไม่ปลื้มประการใด
 
แต่คิดกลับมุมไป เราตอบของเรา แล้วไปหนักต่อมหมวกไตข้างไหนของอีกฝ่าย
 
ที่กล้าโต้ตอบกันไปเรื่อย ด้วยความสัตย์จริง เพราะชีวิตนี้เราคงไม่ได้ไปเจอกันซึ่งๆหน้า
 
จะว่าเราปากดี พิมไว ใจป๊อด ปอดแหก อะไรก็ว่าไป
 
ก็มันปากกู มือกู ใจกู ปอดกู
 
ไม่อยากอ่านก็ลบซะ
 
ลบสายตาแคบๆ ที่มองอะไรมันก็ขัด ก็ขวางไปหมด
 
เลิกก็ได้ งอนแล้ว
 
เขียนที่นี่ดีกว่า คนอ่านนิสัยดี
 
(ใครเหี้ยก็ลบแม่ง)
 
ในวงเล็บทดในใจครับ เพราะเป็นคนสุภาพมาก เดี๋ยวแม่รู้ตีตายเลย
 
 
 
 
Comments (3) :: Post A Comment! :: Permanent Link

20.11.2006 - ซุบซิบ นินทา สตาร์ กอซซิป

"หนีห่าว" ฝรั่งวัยรุ่นตาน้ำข้าวร้องทัก ขณะเดินสวนกัน
 
"พ่อมึงตาย" เราตอบด้วยรอยยิ้มละไมไทยแลนด์
 
มาถึงที่ทำงาน ทำๆหลับๆจนถึงเวลากลับบ้าน
 
รามี่นั่งเชคเมลก่อนกลับเป็นกิจวัตร
 
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเชคก่อนกลับ ไปเชคที่บ้านไม่ได้หรือไง
 
ฟันธงเอาเองว่าติดหนี้โต๊ะบอลอยู่ หูตาเลยต้องไวกว่าปกติ
 
"นี่ๆ รู้ยังว่าฮอตเมลโดนบิล เกตส์ เซ้งไปแล้ว รวยสัตว์"
 
"ไอ้บ้านนอก เค้าเซ้งกันไปเป็นตั้งแต่มึงอยู่ในกะลาแล้ว ไม่ได้รู้เรื่อง"
 
"อา ครับๆ" ถอยรูดลงรูก่อน จะโชว์ภูมิหน่อย ดันโชว์โง่แบบรัฐภูมิแทน
 
"นี่ พูดถึงไอ่ห่านี่ กูมีเรื่องเล่า มีคนเลบานอนวางยุทธศาสตร์การเงิน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหลังสงครามฉบับปักษ์หลังเมื่อเดือนก่อน เรื่องมันมีอยู่ว่า มีพ่อคนนึงไปคุยกับลูกชาย
 
'ลูกรัก ปีนี้ลูกก็อายุอานามก็ล่วงเลยไปมากแล้ว พ่อว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะมีคู่แล้วนะลูก พ่อไม่เห็นลูกมีใครซะที พ่อเลยหามาให้ลูกดูคนนึง'
 
'อะไรๆ นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว แดดดี้ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย จะมาคลุมถุงชนจับแต่งงานอย่างงี้ เครซี่รึป่าว ถ้าคลุมถุงยางจับลงอ่างก็ว่าไปอย่าง ยูโนว'
 
'ใจเย็นก่อนสิลูก ลูกยังไม่รู้เลยว่าพ่อหาใครมาให้ลูกรู้จัก'
 
'โนๆ ไอ ไม่เอา ไม่วอนท์ ยูโนว แดดดี้ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย'
 
'พ่อจะให้ลูกแต่งงานกับลูกสาวบิล เกตส์'
 
'โอ เซย์โซ ตั้งแต่แรก ก็สิ้นเรื่อง วัยรุ่นว่าง่ายอยู่แล้ว'
 
ฉากที่สอง พ่อเข้าพบบิล เกตส์
 
'สวัสดีครับ ไม่ต้องอ้อมค้อมนะครับ ผมมาขอลูกสาวน่ะครับ'
 
'อ้าว ไอ่แขกนี่ยังไง อยู่ๆมาพูดงี้ ลูกสาวกูทั้งคน อยู่ๆจะยกให้ลูกมึงได้ไง พูดเป็นหนังจักรๆวงศ์ๆ'
 
'ก็ไม่ได้อะไรครับ พอดีลูกชายผมถือหุ้นเทมาเสกร่วมกับน้องโอ๊กอยู่คนละครึ่ง เลยเห็นว่าลูกสาวคุณคงสมกับมันดี'
 
'แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก'
 
ฉากที่สาม พ่อเข้าพบทักษิณ
 
'หวัดดีครับพี่ เป็นไงครับ คิดถึงบ้านรึยัง'
 
'ก็เรื่อยๆ รอให้แผ่นดินมันสูงขึ้นหน่อย ตอนพี่อยู่มันจมลงๆ จนพี่หายใจไม่ค่อยออก ความดันก็ขึ้นอีก'
 
'ครับ คือผมจะมาคุยเรื่องหุ้นครับ เห็นว่าของมันร้อน เลยจะขอให้ลูกชายผมสักครึ่งนึง แบ่งๆกับน้องโอ๊ก จับพลัดจับพลู ติดคุกก็จะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนกันด้วย'
 
'ไอ่นี่ หน้าด้านไม่พอ ปากเสียอีก แล้วลูกมึงมันเป็นใคร ทำไมกูต้องยกให้หน้าตาเฉย อย่ามาทำเป็นเหลี่ยมจัด รู้ๆกันอยู่ว่ากูเหลี่ยมระดับพรีเมียร์ลีก กลัวใครซะที่ไหน ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ'
 
'ครับ อ้อ ลืมบอกไปว่าลูกชายผมเพิ่งหมั้นกับลูกสาวบิล เกตส์เมื่อวาน'
 
'อูย แล้วก็ไม่บอก พี่นี่ซี้เลยบิล เกตส์เนี่ย ที่เป็นน้องฝาแฝดบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ใช่มั้ย โอย ตายๆๆ อย่างงี้คุยกันง่าย มาๆๆ เดี๋ยวพี่พาไปชอปที่พารากอน พวกพี่เยอะแถวนั้น'
 
มันฉลาดจริงๆ สมแล้วที่โดนโจมตีหวังล้างเผ่าพันธุ์"
 
แกล้งหัวเราะให้นานพอๆกับที่มันเล่า
 
ขากลับบ้านก่อนเข้าห้องเจอเจ๊คนสวีดิชห้องตรงข้ามเดินถือจานข้าวออกมาจากห้อง
 
"นั่งมองมันอยู่ในห้องมาอาทิตย์นึงละ เอาไปไว้ในครัวหน่อย มองในครัวอีกอาทิตย์ค่อยล้าง สนใจจะล้างป่าว"
 
"โน แท้งกิ้ว"
 
"ยู เวลคัม"
Comments (2) :: Post A Comment! :: Permanent Link

15.11.2006 - show biz

ขอต้อนรับเข้าสู่ รายการ อัจฉริยะขึ้นคาน เกมโชว์ที่จะนำผู้เข้าแข่งขันไปสู่การหย่าร้าง และออกห่างการสมรส

 

ผู้เข้าแข่งขันในค่ำคืนนี้ ประกอบด้วย

 

ป้าชะม้อย ตลาดไท เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศการแข่งขันตำสัมตำชิงแชมป์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเภทตำปูปลาร้า(ไม่ใส่ถั่วฝักยาว) ประจำปี รศ ๑๑๒

 

นายธนู บูชายัญ เจ้าของตำแหน่งแชมป์วิ่ง(อย่าง)ควาย รุ่นควายสุพรรณ ประจำปีจอ

 

นายล้มลุก ฟลุ๊กถูกหวย พนักงานบริษัท เจ้าของสถิตเปลี่ยนงานบ่อยที่สุดในย่านสำโรง 

 

นายนัจมุดดิน มูฮัมมัด อาวจาเบ้อ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่ตำบลตากใบ และมัสยิดกรือเซะ

 

ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องฝ่าฟันภารกิจในแต่ละด่าน เพื่อกรุยทางไปสู่เงินรางวัลสูงสุด มูลค่าหนึ่งล้านบาท

 

ภารกิจแรก การถอดรหัสลับ

 

สำหรับรหัสลับในค่ำคืนนี้ "ตัวเหี้ย ตุ๊กแก รังแค ผมร่วง"

 

หลังผ่านไปสามวันยังไม่มีใครแก้รหัสลับออก นายนัจมุดดินเกิดอาการเครียด และขู่ว่าจะติดต่อให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์วางระเบิดมือถือตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ทางทีมงานไม่ได้สนใจคำขู่จนกระทั่งเห็นว่าสีหน้าป้าชะมอยเริ่มซีดผิดปรกติ เมื่อเข้าไปสอบถามพบว่า แกกังวลว่าถ้าเกิดการระเบิดจริงตามคำขู่ แกจะไม่มีปูลมมาดองทำส้มตำ จะให้แกเปลี่ยนไปตำไทยไม่ใส่ปู วิญญาณแม่แกจะไม่ปลื้มเอา

 

ทางรายการเลยจำใจต้องบอกคำเฉลย

 

"๘ ๗ ๕ ๖"

 

(ตัวเหี้ย - ตัวเงินตัวทอง เมื่อนำตัวเลขในราคาเงินและทองของวันนี้ ๒๑๐ บาท และ ๑๑,๐๓๐ บาท มาบวกรวมกัน จะได้แปด

 

ตุ๊กแก - จากผลสำรวจของสวนสัตว์ดุสิตโพล ค่าเฉลี่ยของจำนวนครั้งที่ตุ๊กแกมาตรฐานไทยร้องเท่ากับเจ็ดครั้ง

 

รังแค - เมื่อเป็นรังแค เรามักเลือกใช้แชมพูขจัดรังแคคลีนิก สอดคล้องกับคลีนิกพ่อเราเปิดห้าโมง

 

ผมร่วง - ร่วงมากๆแล้วหัวล้าน ล้านมีศูนย์หกตัว

 

ทางรายการเป็นผู้ออกรหัสลับ และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

ใครอย่าเสล่อมาตั้งรหัสลับทิ้งไว้ แล้วให้คนอื่นแก้ ไม่ว่าจะเป็นแบบลับสมองหรือแบบกวนตีน

 

เพราะเราโง่ และขี้หงุดหงิด

 

ยกเว้นว่าตั้งแล้วเฉลยทันทีในข้อความเดียวกัน

 

ใครฝ่าฝืน ทำเป็นอวดฉลาด ขอให้มันเป็นอัจฉริยะขึ้นคาน)

 

หลังได้ยินคำเฉลย นายล้มลุกยิงตัวตาย

 

เนื่องจากนายนัจมุดดินโดนเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาควบคุมตัวไป ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือทั้งสองคนจึงได้เข้าไปสู่ภารกิจสุดท้าย หนึ่งคำถาม หนึ่งล้านบาทจากคุณปัญหา นิรันดร

 

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจสุดท้าย ผมจะอ่านคำถามไปเรื่อยๆ ใครทราบคำตอบแล้วกดปุ่มตอบได้ทันที

เริ่มได้......

 

เบียร์ช้างเริ่มผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยกลุ่มนักธุรกิจชาวไทยนำโดย ดร.เจริญ สิริวัฒนภักดี ในนามบริษัทเบียร์ไทย (1991) จำกัด และด้วยความร่วมมือจากบริษัทคาร์ลสเบอร์ก บริวเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีความชำนาญการผลิตเบียร์ในระดับสากล เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเลือกดื่มเบียร์ระดับคุณภาพในราคามาตรฐานที่คุ้มค่าสมราคา ภายใต้สโลแกนที่ฮิตติดปากในเวลาต่อมาว่า "เบียร์ช้าง อีกดีกรีของเบียร์ไทย".....

 

คำถาม.....

 

ช้างกูอยู่ไหน"

 

ป้าชะม้อยหัวใจวายตายไปตั้งแต่ตอนนายธนูทำท่าจะกดตอบ หลังคุณปัญหาอ่านไปได้แค่สองบรรทัด

 

"หลังจากฝ่าฟันมาทุกภารกิจ ผู้เป็นอัฉริยะขึ้นคานวันนี้ คุณธนู บูชายัญครับ ทางรายการขอมอบบัตรเครดิตเอ็นพีแอล กงเต๊ก มูลค่าหนึ่งล้านบาท ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะเผาไปให้บรรพบุรุษทันที หรือให้ทางรายการเผาให้คุณ หลังจากคุณเสียชีวิตไปแล้วก็ได้"

 

"ก่อนจาก อย่าลืมว่าฉลาดจนเป็นอัจฉริยะ ก็ขึ้นคานได้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ"

 

 
 
Comments (2) :: Post A Comment! :: Permanent Link

10.11.2006 - พระสงฆ์เรียกพี่ แม่ชีเรียกพ่อ

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลย
 
ช่วงนี้หมกหมุ่นอยู่กับการพูดคำคล้องจองเป็นสรณะ
 
เมื่อตอนอยู่ ป.สอง อาจารย์ให้แต่งคำคล้องจอง สองท่อน ท่อนละสามคำ หลังจากตอน ป.หนึ่ง แต่งท่อนละสองคำ
 
"ไขคุณแม่ แม่ใจร้าย"
 
ที่จริงจะเขียนว่า"ไขกุญแจ" แต่ไม่รู้เขียนยังไง ตอนนั้นยังไม่รู้จัก ญอ ผู้หญิง
 
ตอนส่งอาจารย์ให้คำแนะนำ
 
"ใช้คำซ้ำกันแล้วไม่ค่อยเพราะนะ"
 
จบ ป.๒ โดยไม่รู้ความต่างระหว่าง รูคุณแม่กับรูกุญแจ
 
แย่ไปกว่านั้น ใช้เวลาอีกนานพอสมควร กว่าจะรู้จัก ญอ ผู้หญิง
 
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายประจำ แต่งคำขวัญ
 
กฏ กติกา มารยาท จะประมาณ"การประกวดแต่งคำขวัญต่อต้านนายก อบต. ให้อิสระเต็มที่ในการสร้างสรรค์ สั้น กระชับ ได้ใจความ มีสามวรรค ยาวไม่เกิน ๑๕ คำ มี ตอ เต่า ได้เจ็ดตัว"
 
เครียดกว่าเทียบบรรยัติไตรยาง หรือร่างรัฐธรรมณูญ แต่งกันทุกเทศกาล ปีละหลายหน
 
ยิ่งแข่งยิ่งแพ้ แต่เราไม่ท้อ ไม่ไปฟ้องพ่อ ไม่ง้อทักสิน
 
ฤดูร้อนผ่านไปนานแล้ว
 
ใบไม้ร่วงเอามาทำปุ๋ย หอมฉุยๆกลิ่นศพญาติใคร
 
ยังจำวันที่ใบไม้เริ่มผลิได้ วั้นนั้นเอาแจ็กเก็ตเก็บเข้าตู้วันแรก เดินออกบ้านด้วยเสื้อยืดกับสเวตเตอร์
 
ไปพบอาปัง มีนัดดวลพูลชายเดี่ยว
 
อาปังถ่ายรูปตลอดทาง แกบอกฤดูเปลี่ยนทีไร นอกจากถ่ายรูป อีกอย่างที่ทำเป็นกิจวัตรคือเก็บใบไม้ส่งไปให้เมียที่เมืองจีน พร้อมข้อความ
 
"ถึงใบไม้จะเปลี่ยนสี หัวใจพี่ไม่เปลี่ยนไป"
 
ชื่อจริงมันคงไม่พ้น"เสี่ยวปัง"
 
ถึงวันนี้ ใบไม้ชุดนั้นแก่จัดจนใกล้ปลดเกษียณ
 
อากาศเริ่มหนาว ฝนก็ตก วันหยุดที่อากาศแบบนี้ ไม่มีใครออกไปทำงานแน่นอน
 
ยืนยันได้ เพราะเราไปเห็นมากับตา
 
ที่ทำงานโล่งอย่างกับป่าช้าวัดลิงขบนาค
 
พรุ่งนี้วันอาทิตย์ก็ต้องไปอีก
 
ทำบุญมาเยอะจริงๆเรา
Comments (3) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8.11.2006 - โมเดส ไข่ยางมะตูม และเมียคนรู้จัก

หิมะแรกลงมาแล้ว ตื่นมาอ่านอุณหภูมิ ทางทีมงานรายงานว่า ศูนย์จุดหก

 

แต่งตัวออกไปทำงานให้ถูกกาลเทศะและภูมิอากาศ

 

เสื้อสาม กางเกงสาม ให้มันรู้ไปเลยว่ากูกะเหรี่ยงเมืองร้อน

 

อยู่นอกบ้านไข่หดเม็ดเท่าไฝ เข้าข้างในกลายเป็นไข่ยางมะตูม

 

ออกจากบ้าน สักพัก หูหาย

 

ลืมหมวกเด็กแนว จะกลับไปเอาก็ทำใจไม่ได้ ผมก็เซทมาซะหล่อ หูไม่มี ผมดีก็มีชัย

 

เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ฝนตก พออากาศหนาวแบบไม่เตือนล่วงหน้า เลยก่อให้เกิดแผ่นน้ำแข็งบนพื้น

 

เรื่องรสชาติยังไม่เคยพิสูจน์ แต่รับประกันเรื่องความเสียว สร้างความลำบากในการสัญจรไม่น้อยกว่าการสร้างสะพานข้ามแยกลาดพร้าว

 

แม้ฝรั่งที่เกิด และโตที่นี่ เราก็สังเกตเห็นร่องรอยการเสียหลักล้มขณะเดินมาแล้วทั้งบนเสื้อผ้า หน้าผม และอารมณ์ที่แปรปรวน

 

อันตัวเราผ่านมาแล้วหนึ่งหนาวที่นี่ สะท้านมาแล้วถึงก้นกบ และกระดูกเชิงกราน แม้จะแค่ครั้งเดียว แต่ก็ขอนำเสนอสปอร์ตทิปที่เราค้นพบด้วยตัวเองบางประการดังนี้

 

๑. สังเกตว่าที่ฝรั่งมันล้มนั้น เกิดจากมันมั่นใจเกินไป เดินไม่ได้คำนึงถึงสัมประสิทธิ์ความเสียดทานเลย เรียนสูงๆกันซะเปล่า

ท่าเดินที่ปลอดภัย ต้องตัดความมั่นใจออกไป ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทดังนี้

๑.๑ ท่าเพนกวินจักรพรรดิ ห้ามใช้แรงจากเข่า เคลื่อนไปด้านหน้าด้วยการขยับหัวแม่เท้าตามจังหวะแซมบ้า

๑.๒ ท่าไม่หวั่นแม้วันมามาก หลับสบายตลอดคืน ควรเดินหนีบๆ งดเปิดหวอ ป้องกันคนแตกตื่น และการซึมเปื้อนด้านข้าง

 

๒. ควรตรวจสอบเสมอว่าอวัยวะส่วนต่างๆ ยังมีความรู้สึกรึป่าว ทำหล่นหายข้างทางรึเปล่า การตรวจสอบเบื้องต้นทำได้ดังนี้

๒.๑ ตรวจสอบหูด้วยการพยายามกระโดดกัดเป็นพักๆ

๒.๒ ตรวจสอบหัวแม่เท้าด้วยการล้วงไปจับแล้วเอามาดม

 

ได้ความรู้เล็กๆน้อยๆไปอวดญาติผู้ใหญ่ที่บ้านกัน

 

ช่วงนี้ทำงานอย่างหนัก เนื่องจากมีงานใหญ่รออยู่วันอาทิตย์ที่จะถึง นั่นคือทดสอบชน โดยอาจารย์ที่ปรึกษา โรเบิร์ต ทอมสัน หรือรู้จักกันในนาม โรเบิร์ต เถิดเทิง

 

โรเบิร์ตเป็นอาจารย์ที่เก่ง ไม่ได้ชี้นิ้วสั่ง หรือ พูดปาวๆ แล้วให้นักเรียนไปงมเอง แต่แกลงมาร่วมทำด้วยมากที่สุดเท่าที่แกมีเวลา ซึ่งนอกจากเอาลูกไปส่งโรงเรียนเตรียมอนุบาลแล้ว แกก็มีสอนหนึ่งวิชา นอกนั้นก็พยายามเอาเวลามาทำงานกับเรา

 

ลงไปทำงานจริงๆกับนักเรียน ทำให้แกจัดการกระบวนการต่างๆได้ดีขึ้น เข้าใจงานที่ดำเนินอยู่ และรู้จักจัดการใช้ความสามารถนักเรียนให้ตรงกับงาน

 

"เอ้า รามี่ ช่วยไปปรับซอท์ฟแวร์ให้รถทำการตอบสนองการเบี่ยงเบนของสัญญาณจาก จีพีเอส โดยมีค่าคงที่เวลาน้อยกว่านี้หน่อยนะ"

 

"เอ้า โกโก้ ไปเอาสายไฟมาปอกเปลือกออกแล้วเอามาต่อกันสองเส้นให้ยาวขึ้นนะ อย่าต่อให้สั้นลงเหมือนคราวก่อน เสร็จแล้วก็ไปซื้อข้าวผัดให้กล่องนึง"

 

นอกจากนี้เวลาโรเบิร์ตไม่ว่าง จะส่งสมุนมือหนึ่ง ลูกพี่เอริค อดีตลูกศิษย์ก้นกุฎิ

 

เอริคเคยเรียนปริญญาเอกที่มหาลัยเรา แต่ลาออกเนื่องจากผิดใจกับอาจารย์ที่ปรึกษา

 

"ตอนพี่เรียนรู้สึกว่ามันมีอะไรมาดันหลัง ต้องทำโน่นทำนี่ตลอด อารมณ์มันไม่เหมือนทำงานนะพี่ว่า"

 

พี่แกเพิ่งรู้ตัวหลังเรียนมาแล้วสามปี

 

ลูกพี่เป็นคนยิ้มตลอด แกจะพูดติดปากว่า"เรื่องนี้ฮาดี" หลังจากฟังทุกเรื่อง ตั้งแต่ราคาน้ำมัน สาวโคโยตี้ ไปจนถึงงานบวชหน้าไฟ

 

"โอย โปรแกรมบังคับรถของน้องๆนี่ ขับได้เหมือนแฟนพี่เลย วันนั้นให้มันถอยเข้าโรงรถ ถอยชิดเกินจนเปิดประตูไม่ได้ ถอยเข้าๆออกๆจนพี่ทนไม่ไหว เรียกช่างมารื้อโรงรถสร้างใหม่แม่งเลย"

 

วันนี้เดินเข้าห้องทำงาน แกดันประตูเปิดไม่ได้อยู่นานสองนาน สุดท้าย มาคนเดินมาดึง เปิดให้ บอกแกดันผิดข้าง

 

"ประตูอะไร โง่ชะมัด"

 

ทำงานจนค่ำมาหลายวัน เมื่อวานกลับบ้านมามีโน้ตติดหน้าห้อง เรียกให้ไปพบเจ้าหน้าที่ที่ออฟฟิศ สันนิษฐานว่าเกิดจากมีคนไปฟ้องว่าเสียงดังเมื่อสองคืนก่อน ตอนเพื่อนๆมาเล่นเกมกัน

 

หอที่นี่แปลก เสียงไม่ออกทางประตู ห้องข้างๆจะไม่ได้ยิน แต่มันจะลอดไปทางห้องน้ำ ไปดังห้องข้างล่าง คาดว่าคุยกันผ่านโถส้วมน่าจะชัดเจนพอๆกับสัญญาณทรูมูฟ ไม่นับเรื่องช่องสัญญาณเต็มหรืออุดตัน

 

ไปถึงเค้าเชิญไปนั่งในออฟฟิศ

 

"ที่เรียกมาก็เพราะมีคนมาแจ้งเรื่องเสียงดัง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจประเทศอันเจริญยิ่งของเรา คนเมืองโยตาบอยแห่งนี้ ต้องนอนกันสี่ทุ่มถึงหกโมง พวกกะเหรี่ยงพลัดถิ่นควรจะรู้ไว้นะ"

 

"ครับ จะจำไม่เคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว้"

 

"เราได้รับรายงานว่าคุณพาเพื่อนมาเต็มห้อง แล้วกระโดดโลดเต้นกัน"

 

"ครับ เพื่อนผมที่มาเรียนปริญญาโททุกคน เล่นกระโดดหนังยางกันในคืนนั้น ต้องขอโทษด้วยครับ ถ้าคุณจะยึดหนังยางเราก็ยินดี"

 

"เก็บไว้เถอะ ประเทศคุณยิ่งมีราคายางผันผวนอยู่ เอ่อ อีกอย่าง เรามีนโยบายห้ามอาบน้ำในช่วงเวลานั้นด้วยนะ"

 

"ครับ ผมอาบอาทิตย์ละครั้ง คาดว่าคงไม่มีปัญหา"

 

ยังดีที่ปากเค้าสวมรอยยิ้มตลอดการสนทนา

 

บางทียิ้มไปพูดไปมันทำให้ปากทำมุมไม่พอดี พูดลำบากหน่อย แต่มันฟังง่ายกว่าเยอะ

Comments (1) :: Post A Comment! :: Permanent Link

7.11.2006 - วาระดิถี ขึ้นครูใหญ่

สวัสดีบลอกใหม่ ยินดีที่ได้รู้จัก

 

เพื่อนสมัครให้ เขียนขนานกับเสปซ

 

โอกาสดีเช่นนี้ จัดให้สามเพลงรวด

 

วันเพ็ญเดือนสิบสอง ตกน้ำคลอง เป็นฮ่องกงฟุต
พวกเราทั้งหลายทั้งชายตุ๊ด พากันไปขุดฮวงซุ้ยอากง
ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำแก้บน
แก้บน แก้บน แก้บน ทีละคน ทีละคน ทีละคน
ฝนก็ตกเสื้อน้องก็บาง เห็นหัวนมลางๆพี่ก็สุขใจ
 
กระสือ กลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่ง ยกเว้นกระสวย
ตกดึกพี่เห็นแล้วคุกลวย อยากเอากระสวย ใส่ปากกระสือ
 
ไก่จ๋า ได้ยินไหมว่าเสียงใคร
มันเหมือนเสียงพ่อใครตาย หรือคล้ายจะเสียบิดา 
เสียงนี้ คือเสียง คนปวดอุจจารา
จึงร้อง ครวญหา ไก่จ๋า ส้วมไปทางไหน
Comments (3) :: Post A Comment! :: Permanent Link

About Me



«  January 2009  »
MonTueWedThuFriSatSun
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends

Friends




Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting