28.11.2006 - หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน
ดังกันระเบิดระเบ้อ ทำเอาผู้กำกับคนอื่นน้อยใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับสน.ปอยเปด ผู้กำกับลูกเสือสำรอง ไล่ไปจนถึงลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
ไม่ดังยังไงไหว เอาเรื่องคนธรรมดามาให้คนธรรมดาดู
ไอ้คนธรรมดาพวกนี้ก็เข้าออกโรงหนังกันบ่อยกว่าส้วมสาธารณะ ยิ่งได้ดูตัวเองมาเล่นบนจอ ก็ชอบใจกันใหญ่
"อย่างงี้เลยๆ กูเคยเล่นอย่างงี้เลย พ่อแม่ลูก เล่นกันบ่อยจนตัวคนใช้ท้อง ตัวแม่เลยเลิกกับกู"
"กูก็เคยชอบเพื่อนเหมือนกัน มารู้ทีหลังว่าเป็นกระเทย ตอนเบียดกันบนรถเมล์"
ไม่ยักกะมีใครบ่น
"เอาเด็กมาเล่นโดดยางกัน กูเสียเงินมาดูทำไม"
"มหาลัยกูเรียนมาตั้งสี่ห้าปี ให้มานั่งจุมปุ๊กดูซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้"
โดยส่วนตัวเราดูแล้วก็ชอบ โดยเอากระแสการประชาสัมพันธ์ และหน้าตานักแสดงฝ่ายหญิงเป็นที่ตั้ง
แม้ว่าช่วงชีวิตวัยเด็ก เป็นช่วงที่เราไม่ประทับใจ
เมื่อนึกกลับไปถึงบางพฤติกรรม มันดูโง่จนควายยิ้มเยาะ
ปัจจุบันก็ไม่ได้ฉลาดมาก เอามาเล่าสู่กันฟังคงไม่เสียประวัติ
ช่วงวัยเดียวกับไอ่เจี๊ยบ และน้องน้อยหน่า
เรางงกับคำอุปมา "พูดเร็วเป็นต่อยหอย" ทำไมมันช่างฟังดูอนาจารแบบนี้
โดนต่อยหอยแล้วควรจุกจนพูดไม่ออกไม่ใช่หรือ หรือว่าการพูดเร็วจะทำให้เกิดอารมณ์เดียวกับขณะที่หอยโดนต่อย
ไม่มีหอยเป็นของตัวเองให้ลองต่อยเล่น จะรบกวนไปยืมหอยเพื่อนผู้หญิง หรืออาจารย์สาวๆมาต่อยเป็นวิทยาทาน ก็เหนียมอายเกินกว่าจะเอ่ยปากขอ
ว่าจะลองเช่ามาต่อยเล่นดูซักที
วันศุกร์นึงของการเรียนชั้นประถมหก
"เกียรติสกุล ผมยาวแล้วนะ จะไว้แข่งกับขนหน้าแข้งครูเหรอ เสาร์อาทิตย์นี้ไปตัดซะนะ"
สุดสัปดาห์นั้นก็มิวาย นั่งเห่อขนรักแร้จนลืมตัดผม
ตกดึกวันอาทิตย์นึกขึ้นได้ ร้านตัดผมคงปิดหมดแล้ว เด็กน้อยจัดการตัดผมตัวเอง
แน่นอน วันรุ่งขึ้นแม่พาไปโกน
เป็นช่วงเดียวที่เรากับน้องชายไว้ผมคนละทรง
เพื่อนสองคนเกือบมีเรื่องชกต่อยกัน เพราะเถียงกันว่าบวชแล้วทำไมเราไม่โกนคิ้ว
คนนึงบอกบวชแบบเส้าหลิน อีกคนบอกมัคทายกขานนาคผิดคีย์
มาถึงวัยน้องบอล และน้องเจน
เรามีนิสัยเสีย เวลามีคนมาถามอะไร เรามักจะไม่รับฟังให้ดี แล้วตอบไปมั่วๆเสมอด้วยคำว่า"อือ"
"เฮ้ย มึงเข้าใจบทนี้รึป่าว"
"อือ"
"ตรงนี้เป็นอย่างงี้รึป่าว"
"อือ"
"แล้วถ้าทำอย่างงี้ถูกรึป่าว"
"อือ"
"แน่นะ"
"อือ"
"มึงพูดได้คำเดียวเหรอ"
"อือ"
เพื่อนหลายคนนึกว่ารู้ทุกเรื่อง บางคนจับได้ว่าเรารู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องจริง
นิสัยเสียนี้ติดตัวมาเมืองนอกแบบไม่ได้นัดหมาย เวลาคุยกับฝรั่งแล้วฟังไม่ทัน เราไม่นิยมขอร้องให้มันพูดซ้ำ
ถ้านิ่งๆแล้วคิ้วมันเริ่มขมวด ให้ตอบ"เยส"
ถ้ามันทำหน้างง ให้เปลี่ยนเป็น"โน"
ถ้ายังงงหนักกว่าเดิมให้หันข้างแล้วพูดว่า"ไอ ฟอร์กอท ทู คลีน มาย ทอยเล็ท อาฟเตอร์ ยูส แอนด์ ไอ ติ้ง ไอ แวร์ มาย อันเดอร์แวร์ อินไซด์ เอาท์. ไอ แอม นอท โฮม นาว, พลีส ลีฟ ยัวร์ เมสเซจ แอนด์ ไอ วิล รีเทิร์น ยัวร์ คอลล์ ซูน" แล้วเดินเกาก้นจากไป
ในกรณีสำเนียงยังไม่ชัดเจน แนะนำให้พูดเพียงประโยคหลังเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เราไม่ได้ทำความสะอาดกางเกงใน และขี้นอกส้วม
มาถึงวัยไอ่ไข่ย้อย กับดากานดา
พฤติกรรมที่เรานึกถึงด้วยความสมเพชคือการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ตามหน้าที่
ซึ่งส่วนใหญ่คนพวกนี้ ภายหลังจะเดินผ่านกันโดยแกล้งทำเป็นมองหาเศษตังบนฟุตบาท
"สวัสดี เราชื่อโก้"
"ดี เราชื่อบุญเผื่อน ชื่อเล่นชื่อเทเรซ่า"
"เธออยู่ห้องอะไรเหรอ"
"ห้องสี่"
"เราอยู่ห้องหนึ่ง แล้วจบโรงเรียนอะไรมา"
"โรงเรียนวัดใหม่ยายเมี้ยน"
......
......
เราลืมหน้ามันไปหลังจากคุยกับคนสามคนถัดไป
เพื่อนสนิทเราหลายคน เราไม่เคยเอ่ยปากถามชื่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเรียนโรงเรียนอะไร
รู้แต่ชื่อพ่อ และจำนวนเพื่อนหญิงหน้าตาดีของมันก็พอ
นึกแล้วก็อยากกลับไปโง่เพลินๆอีกสักสิบยี่สิบปี
แต่แม่คงไม่ปลื้ม
|